ผัวเมียได้เงินโอนผิดบัญชี เลยกดโอนคืนผ่าน ตร. ก่อนติดต่อไม่ได้ 2 อาทิตย์ ซ้ำเงินไปไม่ถึงเจ้าของ

บ่ายวานนี้ (25 ต.ค. 65) ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด ถนนสายไหม นายชูศักดิ์ อายุ 36 พร้อมด้วย นางสาวมยุรี อายุ 34 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจาก เพจสายไหมต้องรอด หลังจากตนเองได้รับเงินโอนจากบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการโอนผิดบัญชี และตนเองมีการตัดสินใจนำเงินที่โอนผิดคืนให้กับเจ้าของบัญชี โดยมีการคืนเงินดังกล่าวให้กับตำรวจเพื่อความสบายใจ แต่ต่อมาทราบว่า เงินจำนวนดังกล่าว ไม่ถูกโอนคืนให้กับเจ้าของเงิน นานกว่า 2 อาทิตย์

นายชูศักดิ์ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อช่วงประมาณ 5 ทุ่มของคืนวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา มีเงินจำนวน 37,000 บาท โอนเข้าบัญชีมาโดยผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ในเวลาต่อมา มีนายชุติพนธ์ บุญแพ ติดต่อมาผ่านเบอร์โทรศัพท์ภรรยา ที่ผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ ว่าเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่ได้มาจากการขายรถจักรยานยนต์

ซึ่งนายชุติพนธ์ขายรถจักรยานยนต์ให้กับนายณัฐวุฒิ แต่ขณะมีการโอนเงินผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ นายณัฐวุฒิกดเบอร์ผิดทำให้เงินจำนวนดังกล่าวโอนเข้ามาที่บัญชีของ ภรรยาตนเอง ซึ่งเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ของภรรยาตนเองกับของนายชุติพนธ์ ต่างกันเพียงตัวเดียว จึงติดต่อมาเพื่อขอเงินคืน

แต่ตนเองกลัวว่าจะเป็นขบวนการแก๊งมิจฉาชีพ ที่ใช้บัญชีตนเองในการหลอกลวงคนอื่น หรือฟอกเงิน จึงตัดสินใจเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ

โดยมี พันตำรวจตรี สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ เป็นผู้รับเรื่องก่อนที่พันตำรวจตรี จะอ้างว่าให้ตนเองโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปตรวจสอบว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มวิชาชีพ หรือเงินมาจากการกระทำความผิดหรือไม่

โดยแจ้งว่า มีการตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าของเงินที่ควรจะรับโอนคือนายชุติพนธ์ ทำให้ตนเองและภรรยาตัดสินใจโอนเงินไปให้ตามที่ตำรวจแจ้ง เพราะคิดว่าเป็นเจ้าพนักงานที่มีตัวตนอยู่ใน สภ. จริงๆ ไม่คิดว่าจะโกง และเพื่อความสบายใจ เพราะตนเองและภรรยาไม่อยากวุ่นวายกับจำนวนเงินดังกล่าวเพราะไม่ใช่เงินของตนเอง

ต่อมา นายชุติพนธ์ได้ติดต่อมาเพื่อทวงถามเงินจำนวนดังกล่าวอีกครั้ง โดยตนเองได้พยาพยามชี้แจงว่า ได้มีการโอนเงินให้กับทางตำรวจไปตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตนเองเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมกับให้เบอร์ติดต่อของนายตำรวจคนดังกล่าว

ซึ่งนายชุติพนธ์แจ้งว่า หลังจากมีการตกลงโอนเงินคืนผ่านตำรวจ นายชุติพนธ์พยามทวงถาม แต่นายตำรวจคนดังกล่าวกลับบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าลูกสาวฉีดวัคซีน และติดธุระไม่ได้กลับไปที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ยังไม่สามารถคืนเงินได้ แต่จนถึงปัจจุบันนานกว่าสองอาทิตย์ ก็ไม่สามารถติดต่อกับนายตำรวจคนดังกล่าวได้ และยังไม่รับเงินคืน

ซึ่งตัวนายชุติพนธ์เตรียมจะเข้าแจ้งความเอาผิด ตนเองและภรรยาในฐานยักยอกซับจึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก เพจสายไหมต้องรอด

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้ง เพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า อยากขอความเห็นใจไปที่นายชุติพนธ์ว่าอย่าพึ่งดำเนินคดีกับสองสามีภรรยา เนื่องจากทั้งคู่ได้มีการโอนเงินไปตามคำกล่าวอ้างของทางตำรวจ

ซึ่งในวันนี้ ได้มีการประสานพูดคุยกับทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาฯ เพื่อขอให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และติดตามเงินจำนวนดังกล่าว คืนให้กับทางเจ้าของเงิน เพื่อเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น

ส่วนขั้นตอนในการโอนเงินไปยังที่บัญชีส่วนตัวของตำรวจ จะเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ ตนเองไม่ขอออกความคิดเห็น แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรไม่เหมาะสม ที่จะนำเงินที่ต้องสงสัยไปเข้าบัญชีส่วนตัวของข้าราชการตำรวจ จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบในประเด็นดังกล่าว

ขณะที่ในเวลาต่อมา มีการติดต่อไปที่นายชุติพนธ์ผ่านทางโทรศัพท์ โดยนายชุติพนธ์ระบุว่าหลังจากที่มีการรับแจ้งจากทางสองสามีภรรยาว่า มีการโอนเงินผ่านทางตำรวจ ตนเองไม่ได้รับเงินคืนจึงตัดสินใจจะเข้าแจ้งความกับสองสามีภรรยา

แต่เมื่อได้รับการประสานจากทางสายไหมต้องรอด ก็พร้อมที่จะรอ แต่อยากขอให้เร่งรัด เนื่องจากตนเองเดือดร้อน เพราะรถยนต์ส่วนตัวค้างค่างวดมาจำนวนสองเดือนแล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการขายรถจักรยานยนต์ เพื่อตั้งใจว่าจะนำเงินมาใช้หนี้กับทางไฟแนนซ์ แต่เมื่อไม่ได้รับเงินคืนทำให้มีปัญหากับไฟแนนซ์

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เคยมีครั้งหนึ่งที่สามารถติดต่อกับทางตำรวจรายนี้ได้ โดยตนเองพยายามชี้แจง ว่าได้รับความเดือดร้อนกับทางไฟแนนซ์ ซึ่งตำรวจได้บอกว่าให้อ้างชื่อตนเองไปกับทางไฟแนนซ์เลย

ด้านพันตำรวจเอกอภิชาติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า เบื้องต้นหลังได้รับทราบเรื่องจากทางสายไหมต้องรอด ตนเองจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่านายตำรวจคนดังกล่าว เข้าข่ายประพฤติผิดทางวินัย ก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยทันที

ส่วนผู้เสียหายได้นัดหมายให้ในช่วงเย็นวันนี้ เดินทางเข้าพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยตนเองจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่า ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะไม่ยอมปล่อยให้มีตำรวจที่ทำผิดวินัยตำรวจเด็ดขาด
————-

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/morning/317193
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 26 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

Leave a Reply

Your email address will not be published.

โดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล เคล็ดไม่ลับกับฮวงจุ้ย1 ตอน ศาลพระพรหมพิฆาต ตอน ช่องลมพิฆาต โดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล ดวงคนวันศุกร์ โดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล จุดตั้งรับพลังโชคลาภ ฮวงจุ้ย ออฟฟิต(ตอนที่2)โดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล ฮวงจุ้ยสำนักงาน ตอนที่1 โดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล ศาลพิฆาตโดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล ศาลพิฆาตโดย ฮวงจุ้ยพิชัยสงคราม อ.ธนวัฒณ์ ธันยาภัทร์ชัยกุล